รัสเซีย เจ้าภาพ ฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลก

4 สิ่งที่ทำให้ รัสเซีย 2018 เป็น ฟุตบอลโลก ที่สนุกที่สุด

Posted on in ฟุตบอลโลก

ในที่สุด ศึก ฟุตบอลโลก 2018 ก็จบลงพร้อมกับหน้าตาของแชมป์สมัยที่ 2 คือฝรั่งเศส พวกเขาคงจะได้รับการพูดถึงต่อไป ในฐานะทีมที่ดีที่สุดในโลกของยุคนี้ด้วยหลายแง่มุม ทีมเยี่ยม แท็คติกชั้นยอด กุนซือมีฝีมือ มันก็มีเรื่องให้ตำหนิอยู่บ้าง แต่ผลงานที่ออกมาก็เป็นเครื่องชี้วัดความสามารถของพวกเขาในตัวมันเอง

แชมป์ ฟุตบอลโลก 2018
ฝรั่งเศส เป็น แชมป์โลก ที่เหมาะสม แต่แฟนๆ ทั่วโลกก็อดชื่นชมความฮึดสู้ของโครเอเชียไม่ได้ เป็นเกมรอบชิงชนะเลิศที่สมศักดิ์ศรีอีกครั้ง

รัสเซีย 2018 ทำไมถึงเป็น ฟุตบอลโลก ที่สนุกที่สุด

จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า กล้าๆ บอกว่านี่คือ เวิลด์ คัพ ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ขาดยักษ์ใหญ่ที่เราคุ้นหน้าอย่างอิตาลีหรือเนเธอร์แลนด์ แต่บางทีเขาก็อาจจะพูดไม่ผิดนัก แล้วอะไรบ้างที่ทำให้เกมลูกหนังสนุกมากขึ้น

1. VAR

แทบจะเรียกได้ว่า ระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินด้วยภาพย้อนหลังนี้เป็นพระเอกประจำรายการ มันไม่ได้ทำให้ฟุตบอลสนุกขึ้น ตรงกันข้ามกรรมการกลับเสียเวลากับมันในการตัดสินมากขึ้น แต่สิ่งที่ดีคือความถูกต้องแม่นยำ ทีมไหนทำอะไรก็ควรได้รับสิ่งนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆ ทั่วโลกอยากเห็นมานาน ดีกว่าที่จะต้องเศร้าใจเพราะได้แชมป์ประตูผี

var
ครั้งนี้ มีทีมงานผู้ตัดสิน VAR เพิ่มเข้ามา ทุกคนคือมืออาชีพที่ได้รับการอบรมมาแล้ว เป็นส่วนหนึ่งของเกมที่ใสสะอาด สนุกได้หมดจด

มากกว่าความสนุกสนานคือความใสสะอาด และเมื่อมาประกอบกับเทคโนโลยีโกลไลน์ ก็ย่นระยะเวลาได้นิดหน่อย ว่ากันตามตรงแล้ว หากไม่มี VAR ฝรั่งเศสก็อาจพลาดท่าตกรอบแรกไปเหมือนกัน เพราะเกมเปิดสนามเจอออสเตรเลีย พวกเขาได้ภาพช้าช่วยไว้ จนเกิด 2 ประตูนั่นล่ะ

2. แกนโลกลูกหนังกำลังเหวี่ยงไปที่แข้งรายอื่น

ก่อนเริ่มรายการ สิ่งที่เราจับตาคือการต่อสู้ระหว่างอภิมหาแข้งเทพ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ว่าแต่ละคนจะพาทีมชาติไปได้ถึงไหน แต่ปรากฏว่าจืดสนิท จนเราต้องย้อนย้ำกันอยู่เรื่อยๆ ว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาประเภททีม มีผู้เล่นในสนามข้างละ 11 คน มีการเตรียมทีม แท็คติก มีโค้ชมาร่วมรับผิดชอบ เราไม่ได้อยู่ในยุคของ ดิเอโก้ มาราโดน่า หรือ เปเล่ อีกแล้ว

ฟุตบอลโลก 2018
มีการคาดหมายว่า โรนัลโด้ และ เมสซี่ จะได้วัดฝีเท้ากัน แต่มันก็ไม่ใช่

สภาพทีมอาร์เจนติน่า ทำให้ เมสซี่ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เช่นเดียวกับโปรตุเกส ที่มีดาวรุ่งอยู่บ้าง แต่ยังไม่แจ้งเกิดพอที่จะช่วยแบ่งเบา โรนัลโด้ เดอะ แบก และเมื่อซูเปอร์สตาร์รัศมีเล็กลง เราก็ได้เห็นแข้งหน้าเดิมด้วยภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น และแข้งหน้าใหม่ๆ ประหนึ่งว่าแกนของวงการลูกหนังกำลังเหวี่ยงไปอีกทาง

เนย์มาร์ มากับบราซิลที่เพียบพร้อม แต่เจอดับซ่าด้วยเบลเยี่ยมที่มี เอแด็น อาซาร์ ซึ่งได้เตรียมตัวไป เรอัล มาดริด แน่ๆ จากผลงานในรายการนี้ และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่เด่นดังกว่าเดิม แถมด้วยกองทัพสตาร์ที่แน่นไม่แพ้กัน และด้วยอายุที่ไม่มากเกินไป อีก 4 ปีข้างหน้าพวกเขาจะกลับมาใหม่

รัสเซีย 2018 ฟุตบอลโลก
คู่สตาร์ที่น่าจับตาแห่งยุค เนย์มาร์ และ อาซาร์ คนหนึ่งมีค่าตัวแพงที่สุดในโลก อีกคนกำลังรอพบความท้าทายใหม่และอาจทุบสถิติค่าตัวระดับโลกอีกครั้ง

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ก็เป็นอีกคนที่เราจะมองข้ามไม่ได้ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทัพที่เราไม่ค่อยคุ้นชื่ออย่าง แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ หรือ ลูคัส แฟร์น็องเดซ

ฟุตบอลโลก
เอ็มบัปเป้ และรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำรายการตอกย้ำว่าเขาคือตัวอันตรายคนถัดไป

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชคไม่ดีนักที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้เขาต้องรอคอยอีกถึง 4 ปีกว่าจะได้แก้ตัว ขณะที่อังกฤษก็ขนเอาดาวรุ่งมาเพียบ และ ไนจีเรียก็ประกาศว่า 4 ปีข้างหน้าจะมาเอาแชมป์ ปีนี้ส่งเด็กมาเก็บบรรยากาศ แน่ะ!

3. แฟนๆ

ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ กองเชียร์เป็นสิ่งที่ทุกคนประหวั่นพรั่นพรึง เพราะรัสเซียเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนคุ้นชินคือการเหยียดผิว แข้งนอกยุโรป คนผิวสีที่มาหากินใน พรีเมียร์ลีก รัสเซีย รู้ดีว่าแฟนๆ ไม่ค่อยต้อนรับคนต่างเชื้อชาติเผ่าพันธุ์

รัสเซีย
สีสันของแฟนๆ เป็นสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ในฟุตบอลโลก ซึ่งตอกย้ำว่ากีฬาสร้างมิตรภาพจริงๆ

แฟนๆ อังกฤษปะทะกับแฟนรัสเซียอย่างหนักหน่วงที่ฝรั่งเศสในฟุตบอล ยูโร 2016 กระทั่งนักฟุตบอลยังกลัว สั่งห้ามครอบครัวไม่ให้มา แต่เมื่อมาแล้ว เจอของจริง ทุกอย่างตรงกันข้าม เพราะชาวรัสเซียเปิดกว้างและอบอุ่น

รัสเซีย 2018 เป็น ฟุตบอลโลก ที่สนุกที่สุด
แฟนๆ ญี่ปุ่นเดินเก็บขยะในสนาม พวกเขาเคยทำเช่นนี้มาตั้งแต่เยอรมนี2006 แต่ครั้งนี้พวกเขาได้รับการพูดถึงมากกว่าเดิม

เรื่องราวดีๆ ยังมีมาอีกจากแฟนญี่ปุ่น ชาติเจ้าระเบียบที่คนไทยรู้จักกันดี พวกเขาเก็บขยะจนสะอาดทุกครั้งที่ออกจากสนาม ทำให้แฟนๆ ชาติอื่นปฏิบัติตามเป็นแบบอย่าง กระทั่งทีมฟุตบอลก็ไม่เหลือขยะสักชิ้นในห้องแต่งตัว

4. สิ่งที่คาดไม่ถึง

ฟุตบอลลูกกลมๆ มีลมข้างใน อะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งที่คาดไม่ถึงเป็นเรื่องปกติกับกีฬาประเภทนี้ เยอรมนี แชมป์เก่าตกรอบแรกไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ถ้าจะแปลกก็แปลกที่ทีมตกรอบคือเยอรมนี งงไหม?

รัสเซีย 2018 ฟุตบอลโลก
สาวก “อินทรีเหล็ก” พบความผิดหวังอย่างหนัก เป็นหนึ่งในสิ่งที่ใครก็ไม่คาดคิด เพราะพวกเขาเตรียมตัวมาพร้อม และน่าจะมีทีมที่กำลังดี ผสมผสานทั้งตัวเก๋าและดาวรุ่ง แต่มันไม่ใช่เลย

ชาติที่เคร่งครัดและเข้มแข็งอย่าง “อินทรีเหล็ก” ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์นี้มาก่อน เพราะแม้แบกสถานภาพเดิมมา พวกเขาก็ยังเข้ารอบน็อคเอาท์ ยกเว้นที่รัสเซียนี่เอง

ทีมชาติอังกฤษที่กล้าฝันถึงแชมป์โลกก็คงเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงอีกอย่าง พวกเขาตกรอบแรกในครั้งที่แล้ว และเป็นทีมที่เต็มไปด้วยเรื่องนอกสนาม เข้าชิงอันดับ 3 แบบม้ามืด คำว่าม้ามืดช่างฟังดูหยาบคายสำหรับอดีตแชมป์โลก 1966 แต่แชมป์แรกเมื่อ 50 ปีก่อนก็นานเกินไปแล้ว

รัสเซีย เจ้าภาพ ฟตบอลโลก
รัสเซีย เจ้าภาพวิ่งเฮเมื่อเอาชนะจุดโทษสเปน เป็นอีกเซอร์ไพรส์ล้มยักษ์ในครั้งนี้

แม้กระทั่งการยำใหญ่ซาอุดิอาระเบีย 5-0 ของรัสเซียเจ้าภาพก็คาดไม่ถึง สกอร์สูงเกินไป! ว่ากันตามตรง เจ้าภาพก็ทำถูกแล้วที่จัดโปรแกรมเปิดสนามตามนี้ เพราะขืนเอาอุรุกวัยหรืออียิปต์มาประเดิม ถ้าแพ้ไปมันจะยุ่ง ที่เซอร์ไพรส์ของจริงคือการเอาชนะจุดโทษสเปนเข้าไปในรอบก่อนรองชนะเลิศต่างหาก พวกเขาอาจไม่มีสตาร์ดัง แต่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง และได้เปรียบเสียงเชียร์ ผู้เล่นในม้านั่งสำรองปลุกเร้ากองเชียร์ตลอดเวลา

ที่จริงแล้วเรื่องคาดไม่ถึงอื่นๆ ก็มีเพียบ หากเรารู้ว่าจะเกิดอะไร จะเป็นไปอย่างไร แบบนั้นก็ไม่ต้องแข่งกันพอดี! เป็นที่เข้าใจได้ว่า ไม่มีใครอยากแพ้ ทุกทีมสู้เต็มที่เพื่อชัยชนะ และบางครั้งคนดูก็เห็นภาพที่ไม่ได้ดั่งใจไปบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็จบลงตามวิถีของมัน เหลือเพียงความทรงจำและรอยยิ้มของผู้ชนะเท่านั้นเอง


อัพเดท ข่าวสารวงการลูกหนัง ทุกลีก ใหม่ๆ ก่อนใคร ติดตามที่ www.dallassouthblog.com

Leave a Reply